ระบบ Notary ในโลกมี 2 แบบ
ระบบ Civil-Law Notary (ใช้ในเยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อิตาลี) — Notary มีสถานะกึ่งตุลาการ มีอำนาจร่างสัญญาที่มีผลบังคับใช้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านศาล ส่วนระบบ Common-Law Notary (อังกฤษ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ไทย) — Notary เป็น 'witness' ของลายมือชื่อและความถูกต้องของเอกสาร ไม่มีอำนาจตัดสิน ใช้แค่รับรองว่า 'เห็นและยืนยัน'
Notarial Services Attorney ของไทย
ไทยใช้ระบบ Common-Law แต่เรียกว่า 'ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร' (Notarial Services Attorney — NSA) ออกตาม พ.ร.บ. ทนายความ พ.ศ. 2528 และข้อบังคับสภาทนายความ 2546 ทนายต้องผ่านการอบรม 2 วันและสอบผ่านโดยสภาทนายความ จึงได้รับใบอนุญาตที่ต่ออายุทุก 2 ปี
อำนาจที่ NSA ทำได้ตามข้อบังคับ
(1) รับรองลายมือชื่อ (signature witnessing) (2) รับรอง True Copy ของเอกสารต้นฉบับ (3) รับรองคำสาบาน (oath/affirmation) เช่น Statutory Declaration (4) รับรองการแปลภาษา (certificate of accuracy) (5) รับรอง Power of Attorney และ Affidavit รวม 5 ประเภทหลัก — ไม่มีอำนาจร่างสัญญาให้มีผลบังคับ ไม่มีอำนาจแต่งตั้งทรัสตี
เปรียบเทียบกับสหรัฐฯ
Notary Public ของรัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ เปิดให้คนทั่วไปสอบได้ (ไม่ต้องเป็นทนาย) ใช้เวลาเรียน 3-6 ชม. ค่าธรรมเนียมไม่กี่ดอลลาร์ ต่างจากไทยที่ต้องเป็นทนายความที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความ — ฉะนั้น NSA ไทยมี depth ของกฎหมายมากกว่าและรับรองเอกสารที่ซับซ้อนกว่าได้
เปรียบเทียบกับออสเตรเลีย/อังกฤษ
ทั้งสองประเทศใช้ Notary Public ที่ต้องเป็นทนาย/Solicitor ที่ขึ้นทะเบียนแยก ระบบใกล้เคียงไทยมาก เอกสารที่ NSA ไทยรับรองสามารถนำไปใช้ในออสเตรเลียและอังกฤษได้หลังผ่าน MFA + สถานทูต โดยไม่ต้องทำ Notary ซ้ำในประเทศปลายทาง
เช็คว่าทนายของคุณเป็น NSA จริงหรือไม่
ขอใบอนุญาตเลขที่ NSA จากทนาย แล้วเช็คในเว็บไซต์สภาทนายความ www.lawyerscouncil.or.th หมวด 'Notarial Services Attorney' — ใบอนุญาตปลอมมีจริง และเอกสารที่รับรองโดยทนายไม่ขึ้นทะเบียน จะไม่ผ่าน MFA